Weerachai's profile♪ life is a journey 2007...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
from butterfly wings to single emailหลายๆ คนคงเคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มาแล้ว
การกระพือเบาๆ ของปีกอันแสนจะบอบบางของผีเสื้อน้อยตัวหนึ่งในบราซิล
อาจจะเป็นเหตุก่อให้เกิดทอร์นาโดในเท็กซัสเลยทีเดียวก็เป็นได้
---
แนวคิดดังกล่าวเป็นสมมติฐานที่ถูกตั้งขึ้นโดยคุณเอ็ดเวิร์ด ลอเรนส์ ชายหนุ่มขี้สงสัย เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า
ปรากฏการณ์ผีเสื้อ (butterfly effect)
นักคณิตศาสตร์ และนักพยากรณ์ศาสตร์ หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับแนวคิดนี้ดี
ด้วยเพราะเป็นทฤษฏีหนึ่งในระบบสับสน (Chaos System)
[ระบบที่ผลลัพท์สามารถต่างกันลิบลิ่วได้ด้วยเงื่อนไขเริ่มต้นที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย]
เช่น ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ วิถีของเหรียญที่หลุดจากมือและตกลงบนพื้น เป็นต้น
---
เคยคิด เ ล่ น ๆ ไหม ?
บางที อีเมลล์ เพียงฉบับเดียว อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้?
ไม่นะ ผมไม่ได้กำลังพูดถึงเหล่าบรรดาอีเมลล์ชวนเชื่อ
ที่มาหลอกให้คุณมาเป็นสมาชิกในวงจรอุบาทว์ของลัทธิขายตรงแบบลำดับขั้นพิรามิดแต่อย่างไร ผมหมายถึง อีเมลล์ ธรรมดาๆ สามัญๆ ที่ปะปนอยู่ในอินบ๊อกส์ของเราทุกเมื่อเชื่อวัน
อะไรประมาณอย่างนั้น
ถ้าเพียงแค่การกระพือปีกของผีเสื้อยังผลได้ถึงทอร์นาโดที่ไกลออกไปได้ในระยะหมื่นลี้
อีเมลล์ที่เหมาะเหม็งบางอันอาจจะส่งผลอะไรได้มากกว่าที่เราคิด
- - -
คงไม่ได้มีความหมายอะไรแอบแฝงอยู่ในนั้น
โลกก็ยังคงหมุนไป
หัวใจยังคงต้องเต้น
- - -
การเปิดหู เปิดตา ยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว
บางที บางสิ่งบางอย่างก็มาหาเราอย่างแผ่วเบาราวกับสายลมที่พัดเอื่อยๆ เมื่อปลายหนาว
หากเราฟังเสียงกระซิบอย่างตั้งใจ - เราคงไม่ต้องฟังเสียงตะโกนให้ระคายหูในภายหลัง
ธรรมชาติมักจะเตือนเราด้วยวิธีที่นิ่มนวลก่อนเสมอ
- - -
จงละเอียดอ่อนกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว
รับรู้ด้วยความอ่อนโยน เป็นมิตร และ หนักแน่น
สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเช่นนั้นเอง
มันเป็นเพียงการแสดงออกอย่างหนึ่งของธรรมชาติ
เป็นเพียงปรากฏการณ์
ไม่มีดี ไม่มีชั่ว ไม่มีถูก ไม่มีผิด
เราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปรู้สึกสุข รู้สึกทุกข์ รู้สึกกังวล หรือเคลิบเคลิ้มไปกับมัน
" เป็นมิตร และ สร้างสันติไปกับมัน "
มีชีวิตที่มีความสุข
ทำตัวเองให้มีความสุข
แล้วแผ่ความสุขนั้นให้กระจายออกไปสู่คนรอบข้าง
ความรัก เป็นสถานภาพการดำรงอยู่ของหัวใจหนึ่งดวง
เหมือนดอกไม้ที่หอมโดยไม่สนใจว่าใครจะดม
ไม่มีใครรู้ ดอกไม้ป่าก็ยังบานมิใช่หรือ
ไฉนเลยต้องให้ใครล่วงรู้ความในใจด้วยเล่า
บางที สิ่งที่งดงามที่สุดอาจดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องมีผู้สังเกตุการณ์ก็เป็นได้
เป็นความงามที่บริสุทธิ์
แผ่วเบา ลึกซึ้ง และทรงคุณค่า
ถ้า ชีวิต คือ การเดินทาง
แล้ว
มันก็น่าจะเป็นการเดินทางที่สนุก มิใช่หรือ?
que sera, seraแปลกดี
เรื่องบางเรื่องไม่เคยฝัน
ไม่เคยวางแผน
และไม่เคยคิดมาก่อนเลยสักนิด
แต่กลับเกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตา
ผมจะไปอยู่ญี่ปุ่น
สารภาพตามตรงว่าถ้าเป็น
อเมริกา แคนนาดา ออสเตรเลีย หรือบางประเทศ ในยุโรป
ก็เคยคิดว่าจะไปอยู่ ไปทำงาน อยู่บ้าง
แต่ ญี่ปุ่น
ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะไป
ด้วยความที่ภาษาเค้าก็ไม่ได้เลย และ ไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่น
และถ้าใครมาถามผมสักเมื่อบ่ายๆ วันศุกร์ที่แล้ว
ผมก็คงตอบกลับคนที่ถามไปได้หน้าใสใจซื่อว่า บ้าเรอะ ไม่ไปหรอก
ผมไม่ออกจากเชียงใหม่ - ตั้งใจอย่างนี้มาตั้งแต่กลับมาเหยียบเชียงใหม่เมื่อสี่กว่าห้าปีก่อน
ถ้าจะไปไหนจริงๆ ล่ะก้อ ก็คงจะไปเรียน รีบเรียน เรียนเสร็จก็จะกลับ เคยตั้งใจอย่างนั้น
--
แต่แล้ว
อะไรก็เกิดขึ้นได้
บางทีผู้ชายอายุสามสิบบางคน ก็ทะลึ่งทำตัวเหมือนเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปด
หุนหัน พลันแล่น
ไร้เหตุผล
อารมณ์ชั่ววูบ
เอาเป็นว่า จะยังงัยก็แล้วแต่
มันก็เกิดขึ้นแล้ว
--
บทจะไป ก็ตัดสินใจมันไปซะอย่างนั้น
กระบวนการคิด ตั้งแต่มีความคิดแรกเข้ามาในสมอง
จนถึงวินาทีที่ตัดสินใจเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า กูไปแน่
จนถึงวินาทีที่ความคิดเดียวกันหลุดปากออกไปบอกกับที่บ้าน
เกิดขึ้นในเวลาน้อยกว่า เวลาในการต้มมาม่า เสียอีก
สิบห้ากุมภาพันธ์ - พุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบ
สามทุ่มกว่าๆ สี่ทุ่ม
- พระศุกร์กำลังเข้าได้จะครบวัน พระเสาร์กำลังรอคิวแทรกในอีกสองสามชั่วโมงข้างหน้า -
แต่
กู ไป แน่
--
คนอายุ 30 เป็นอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่า
--
น่าจะไม่
ไม่งั้นโลกคงวุ่นวายและตื่นเต้น น่าดู
วุ่นวายและตื่นเต้นเหมือนๆ กับที่บ้านผม ตอนที่ผมบอกกับพวกเขาว่า
จะลาออกจากงานแล้ว
อยากลองไปอยู่ที่อื่นดูบ้าง
อืมมม พ่อตกใจน่าดู ส่วนแม่หนักไปทางฉงน
เอาหน่ะ
ตัดสินใจแล้ว ก็ไม่ต้องคิดมากอะไร
เกิดมาครั้งเดียว ตายครั้งเดียว
วินาทีรู้แค่ว่า
อยากไปจากที่นี่
อยากไปจากที่ตรงนี้
อยากให้ชีวิตมันมีอะไรมากกว่านี้
อยู่กับที่มาเป็นปีที่ 4 จะย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว ..
ตอบตัวเองได้แล้ว ว่าตอนนั้นกลับมาเชียงใหม่ ทำไม
รู้แล้วว่า สี่ปีกว่าๆ ในเชียงใหม่ เพื่ออะไร
ชีวิต คือ การเดินทาง (อีกครั้ง)
ใจหาย
- จากเชียงใหม่คราวนี้ หนักหนาสาหัสกว่า แปดปีก่อน เยอะเลย -
เพลงเก่าๆ เพลงหนึ่งแว่วขึ้นมาในหู
. . . ไม่มีใครรู้
สีน้ำนึกถึงตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน
ตอนคุณครูสอนศิลปะ สอนให้วาดสีน้ำ
ฉันเป็นคนที่ถือได้ว่ามีฝืมือด้าน drawing ดีทีเดียว
ประกอบกับความเป็นคนละเอียดละออกับสิ่งละอันพันละน้อยในงานศิลปะ
ฉันจึงค่อนข้างมั่นใจในตัวเองว่าจะทำได้ดีในการ ระบายสีน้ำ เช่นกัน
ผลกลับปรากฏว่าไม่ออกมาเป็นที่พอใจ
paint ไปแล้วไม่ถูกใจ บางไป เข้มไป
สีเพี้ยนบ้าง ก็ลงทับใหม่
ยิ่งลงยิ่งเพี้ยน ยิ่งลงยิ่งไปกันใหญ่
ครูคงเห็นอาการของฉัน มองเห็นไปข้างในใจ
ครูบอกว่าในบรรดาการระบายสีทั้งหลายนั้นน่ะ
การระบายสีน้ำ ยากยิ่งกว่าการระบายสีอื่นๆ
ยากกว่าการระบายสีอคริลิค หรือ สีน้ำมันเสียอีก
ด้วยความที่สีน้ำเป็นสีที่โปร่งใส
แห้งเร็ว
และอย่างหนึ่งที่แตกต่างกัน ก็คือ ลงสีพลาดแล้วยากที่จะแก้ไขได้
ไม่สามารถลงสีทับ ใช้สีขาวปิด หรือขูดออกแล้วป้ายใหม่เข้าไปได้
ดังนั้น คนที่จะระบายสีน้ำได้ดีนั้น จะต้องระมัดระวังในการลงสีให้มากๆ
คิดหน้า คิดหลังให้ดีก่อน
สีที่ลงไปแล้ว จะแก้ไขไม่ได้
ความสวยงามของสีน้ำอยู่ที่ความสดใส
มองเห็นทะลุทะลวงไปได้ให้เห็นเนื้อกระดาษ
ภาพสีน้ำที่ดี จึงเกิดจากการคิด การวางแผน และประสบการณ์ของคนระบาย
วันนั้นฉันจึงได้รู้ว่า คนที่ชอบทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง
คนที่ชอบทำอะไรแบบซื่อๆ ตรงๆ
จนบางครั้งกลายเป็นบ้าบิ่น มุทะลุ ดุดัน
ไม่ค่อยวางแผนอะไรมากนัก
จึงเอาดีกับการระบายสีน้ำ ได้ไม่ดีนัก
ฉันระบายสีน้ำได้ไม่สวยเลย
ถึงแม้จะมีบ้างมีพลอยมาชม
ฉันก็พลอยคิดไปเองว่าพวกเค้าช่างสุภาพและปากหวานเสียจริง
(เพราะดูอย่างไรก็ไม่เห็นจะสวยเลย)
แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความชอบในการระบายสีน้ำของฉันลดน้อยลงไปได้หรอกนะ
ทำได้ไม่ดี ไม่ได้แปลว่าจะมีความสุขกับมันไม่ได้
การระบายสีน้ำก็คงเหมือน เหมือน .. การตีกอล์ฟ
การระบายสีน้ำก็คงเหมือน .. การเล่นหมากล้อม
การระบายสีน้ำก็คงเหมือน .. การมีเซ็กส์กับคนรัก
และก็คงเหมือนกับอีกร้อยแปดพันเก้าอย่างในโลกใบนี้
เก่งไม่เก่ง ดีไม่ดี ก็มีความสุขกับมันได้
(หมายเหตุ:ไอ้สามสี่อย่างที่ว่ามันข้างบนนั้น ไม่ได้แปลว่าฉันทำได้ไม่ดีนะ โดยเฉพาะอันสุดท้าย -- ฮา)
--
แต่ก็เอาเถอะ
ทุกวันนี้
นานๆ ที ฉันก็จะหยิบหลอดสีกับถาด หยิบกระดาษ กับพู่กัน ออกมา
แล้วระบายสีสันลงบนกระดาษขาวๆ เหล่านั้น
ตามอารมณ์ ตามวาระ
--
แต่ที่บ่อยกว่านั้น ฉันมักจะระบายตัวหนังสือผ่านคีย์บอร์ด ลงบนหน้าจอไปเสียมากกว่า
ระบายเรื่องราว
ระบายอารมณ์
ก็ชีวิตมันก็คล้ายๆ กับการระบายสีน้ำนั่นแหละ
ทุกอย่างที่เราทำไป มันก็เหมือนกับสีที่ปาดป้ายลงบนกระดาษขาว
ทำไปแล้ว ก็คือ ทำไปแล้ว
จะไปแก้ไข อะไรมันมาก มันก็จะพลอยไม่สวยเอา
บางเรื่อง บางคราว บางที บางจังหวะ
จึงแก้ก็ยิ่งเลอะ สีมันจะเน่าเอา
แล้วจะหาความสวยงามจากไหน
เอาหน่ะ
บางเรื่องที่มันขี้เหร่ ก็ปล่อยให้มันขี้เหร่ไป
จะขยำกระดาษทิ้ง แล้วลืมมันไปก็ใช่ที
ชีวิตเกิดมาทั้งที
ความทรงจำทุกความทรงจำมันก็มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น
ความทรงจำดีๆ กับความทรงจำเลวๆ
มันก็มีคุณค่าพอกันนั่นแหละ
อย่าไปพยายามลบ พยายามลืมมันเลย
ปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้น
ให้มันอยู่ตรงนั้น
ตราตรึงติดตัวไปจนตาย
มันก็เป็นความสวยงามของชีวิตแบบหนึ่ง
ความไม่สมบูรณ์ของชีวิต นั่นแหละที่ทำให้ชีวิตสมบูรณ์
คิดมากไปก็ป่วยการ
ใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าดีกว่า
- อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด -
ยิ่งแก้ สีมันจะยิ่งเน่า
ปล่อยมันไว้
หากระดาษแผ่นใหม่
ลองกันใหม่อีกสักครั้งเป็นงัย
- ฉันน่าจะคิดอย่างนี้ได้ตั้งนานแล้ว -
- แต่ติดที่ฉันเป็นคนรักใครรักจริง ตัดใจยาก -
- ชอบพลอยจะไปแก้ไปลงสีทับ ไปซะอย่างนั้นอยู่ร่ำไป -
dreamคนทุกคนก็มีความฝันด้วยกันทั้งนั้น
ความฝันเป็นสิ่งสวยงาม
ช่วยแต่งเติมชีวิตให้มีสีสัน
ช่วยประคับประคองให้คนหลายๆ สามารถต่อสู้กับชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้ายไปได้วันต่อวัน
-
โลกแห่งความเป็นจริงก็ไม่ได้โหดร้ายเสมอไป
และโลกแห่งความฝันก็ไม่ได้สวยงามตลอดเวลา
-
แต่ บางเวลา ที่เราอยากพักจากโลกความจริง
บางเวลา ความฝัน ช่วยได้
ช่วยตอกย้ำ ทบทวน
ช่วยย้ำเตือน ว่าเราต้องการอะไร
ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ บางครั้ง เราไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้
ความฝันอนุญาติให้เรา ถักทอ ความรู้สึก ได้ออกมาเสมือนจริง
ราวกับเป็นโลกแห่งความเป็นจริงของเราเพียงลำพัง
-
อย่างไรก็ตาม
-
ความฝันไม่ใช่ความจริง
บางความฝันก็เลื่อนลอย
เหมือนที่เราเรียกกันว่า เพ้อฝัน
บางความฝันก็บันดาลให้เกิดความจริงขึ้นมาได้
บางความจริงเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
. .
ความฝันในยามค่ำคืน
ความฝันในยามว่างของวัน
ฝันกลางคืน ฝันกลางวัน
บางฝัน ทำให้ไม่อยากตื่น
. .
ฝันโดยไม่ตื่น . . กับ . . ตื่นโดยไม่ฝัน . .
หากต้องลืมตาตื่นต่อสู้กับโลกใบนี้โดยไม่มีความฝันหล่อเลี้ยง
ต้อง ตื่นโดยไม่ฝัน
เหมือนมีแต่ร่าง แต่ไร้วิญญาณ
ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันยินดีที่จะจ่อมจมอยู่ในความฝันโดยไม่ต้องตื่นเสียยังจะดีกว่า
. .
หมา แมว มันยังฝันเลย . .
อย่าถามว่ารู้ได้อย่างไร . .
แกเป็นหมาเรอะ แกเป็นแมวเรอะ
อย่าถามอย่างนั้น
รู้ก็แล้วกัน ..
บ้านฉันมีหมาหนึ่งตัว แมวสอง ยืนยันว่ามันฝันแน่นอน ถึงแม้จะไม่ใช่เจ้าตัว
. . . ฝันเถอะ
ถ้าฝันของเราไม่ได้ไปทำร้ายใคร . .
ฝันเถอะ
ถ้ามันช่วยให้เราเดินทางผ่านกาลเวลาที่ยากลำบากไปได้บ้าง
. . .
เหมือนกับที่เพลงโบราณ สักเพลงร้องไว้
all i have to do is dream -
ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ
และ โลกยังคงหมุนไป . .
อะไรก็เกิดขึ้นได้
ถ้าเราไม่ละทิ้ง ความฝัน ของเราไปเสียก่อน
. .
if we hold on togetherIf We Hold On Togetherby DIANA ROSSDon't lose your wayWith each passing day You've come so far Don't throw it away Live believing Dreams are for weaving Wonders are waiting to start Live your story Faith hope and glory Hold to the truth In your heart If we hold on together I know our dreams Will never die Dreams see us through To forever Where clouds roll by For you and I Souls in the winds must learn how to bend Seek out a star Hold on to the end Valley, mountain There is a fountain Washes our tears All away Words are swaying Someone is praying Please let us come Home to stay If we hold on together I know our dreams Will never die Dreams see us through To forever Where clouds roll by For you and I When we are out there In the dark We'll dream about the sun In the dark We'll feel the light Warm our hearts Everyone If we hold on together I know our dreams Will never die Dreams see us through To forever As high As souls can fly The clouds roll by For you and I |
|
|