Weerachai さんのプロフィール♪ life is a journey 2007...フォトブログリストその他 ツール ヘルプ

ブログ


ปัดฝุ่น

ไม่ได้เข้าสเปซนี้นานมากๆ
งานยุ่งครับ
ว่างๆ แวะไปทักกันที่ http://leng99.hi5.com คงจะครึกครื้นกว่าครับ
หรือแวะเข้าไปเที่ยวที่ www.cm-musicbox.com ก็ได้นะครับ
 
(ทำไมมัน lag อย่างนี้ ใครรู้วิธีแก้ช่วยบอกกันหน่อยนะครับ)

หมายเหตุ ประเทศไทย

 
คืนหมาหอน นอนชมดาว หนาวเนื้อเรียม
 
คนหน้าเหลี่ยมจะกลับมา
 
 
คืนเดือนดับ หลับไม่ลง นับต่อก็คงจะท้อใจ
 
คนไทย ลืมง่าย ตายยาก
 
อยากเกิดใหม่จริงๆ ตรู . .
 
 
ตั๋วอ้ายเกิดมาเป๋นคนสึ่งตึง มีสองสลึงป๋ายแหมซาวฮ้า
 
กึ้ดฮอดเป๋นดีไค่หุย กิ๋นยาหมูตุ้ยตะวา เปิ้นบอกอ้ายว่ามีวิตามิน!
 
 
 
พรุ่งนี้คงจะ หนาวหน้า - น่าดู
 
ใครถามใคร ตอบใคร ใครจะรู้
 
กู ม่ า ย รุ . . ม่ า ย รุ . . อย่ามายุ่งก๊ะตรู
 
ถ้าอยากรู้ .. แนะให้ไปถาม กูรู
 
 
 
สองเดือนไม่ถึงครึ่ง ใครฟันธง - ฟ้าคงสะใจ
 
หัวหรือก้อย เปลี้ยหรือง่อย - ช่างปะไร
 
 
 
เห็บไม่เกาะหมาตาย ใครเดือดร้อน ใครจะทำไม
 
เมืองไทยไม่ใช่หมา! และ ผมเป็น "คนไทย"
 
 
 
หาก "สยาม" ยังอยู่ ยั้งยืนยง เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
 
หาก ซะ-หย่าม พินาศลง "ไทยอยู่" ได้ฤา
 
เราก็เหมือนมอดม้วยหมด สิ้นสกุลไทย
 
 
 
พี่น้องครับ อโยธยา ยังไม่สิ้นคนดี
 
แต่ กรุงศรีฯ น่ะถูก "จีอี" ซื้อไปนานแล้วนาคับ
 
 
 
ฤา รัตนโกสินทร์ จะไร้แล้วซึ่งนักรบ
 
ชักธงรบ ชักจบ - ม้วนเสื่อกลับบ้านฤา อย่างไร
 
 
วาเลนไทน์ปีนี้ อ่านว่า วาเลน"ไทย"
 
ขอเถิดท่านนักรบ อย่าให้แผ่นดินร้อนเป็นไฟ
 
 
มติประชาออกมาแล้วท่านต้อง "ทำใจ"
 
 
ประชาธิปไตย
 
 
แบบไทยๆ
 
 
หรือเป็น ประชาธิปไทย
 
 
. . .
 
 
ฉันยังคงภักดีต่อเธอ มั่นคงเสมอมิวาย
 
แต่เธอจะรู้หรือเธอจะแกล้งให้ฉันทุรนทุราย
 
 
. . .
 
 
มึน
 
มัน
 
กินใจ
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ลอย ลอยกระทง

วันนี้ มา "ระบาย" แบบขวางโลกขัดความรู้สึก (บางคน)
 
เข้าใจครับ ว่ามันเป็นวัฒนธรรม เป็นประเพณี เป็นคุณค่าของไทย
 
สมควรแก่การทำนุบำรุง ให้สืบทอดต่อๆ กันไป
 
รู้เช่นกันครับว่า มันเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการท่องเที่ยว
 
และทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางการเงินอีกมากโข
 
. . .
 
แม่น้ำคงคาน่ะ อยู่ที่อินเดียนะครับ
 
และเงินที่เข้าเชียงใหม่นั้นคืนไปให้แม่ปิงสักกี่บาทครับ?
 
. . .
 
 
ไม่ได้จะขวางโลก
 
ก็รู้ ว่า "มันสนุก" .. ก็รู้ ว่า "มันโรแมนติก"
 
แต่
 
 
- รักแม่น้ำของบ้านเมืองคุณ - ก็อย่าไปลอยกระทงเลยครับ -
 
 
 
วันที่แม่นางนพมาศทำกระทง ก็คงคิดไม่ถึงว่าปีหนึ่งๆ จะทำให้เกิดขยะเป็น ล้านๆ ชิ้น ได้ภายในวันสองวัน - ทุกๆ ปี
 
นางนพมาศก็คงไม่รู้จัก ภาวะขยะล้นโลก หรือ ภาวะโลกอุ่นๆ หรอกครับ
 
แต่พวกเราคิดถึง และ รู้จัก กันดีไม่ใช่เหรอครับ?
 
อย่าปล่อยให้ความรู้เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในสมอง แต่วิถีชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ ตามกระแสแบบกระทงลอยน้ำเลยครับ
 
 
วัฒนธรรมของเรา
 
บ้านเมืองก็ของเรา
 
ถ้าเรารักบ้านรักเมืองรักสิ่งแวดล้อม แล้วเราจะปรับเปลี่ยนวิถีแห่งวัฒนธรรมไปบ้าง
 
ผีปู่ย่า ผีบรรพบุรุษ ก็คงไม่ลุกขึ้นมาประท้วงหรอกมังครับ ว่าเราไปยกเลิกสิ่งที่เค้าอุตส่าห์คิดขึ้นมา
 
นางนพมาศเป็นผู้หญิง ไม่รู้ว่าแม่นางจะน้อยใจหรือไม่
 
แต่ผมว่าแม่นางเองคงไม่อยากเห็นแม่น้ำเกลื่อนไปด้วยขยะ (ทั้งที่ย่อยสลายได้ และไม่ได้)
 
ปู เต่า กุ้ง ปลา อีกเท่าไหร่ที่ต้องตายกับเขม่าดินปืนที่ตกลงไปในแม่น้ำ
 
บ้านเรือน ป่าละเมาะ เกาะกะลา อีกเท่าไหร่ที่ต้องวอดวายไปกับโคมลอยที่หล่นลงมา
 
 
. . .
 
วัฒนธรรม ไม่เท่ากับ ประวัติศาสตร์ เพียงเท่านั้นหรอกนะครับ
 
คงเป็นเรื่องเศร้าน่าดู หากสังคมหนึ่งๆ ต้องมีวิถีชีวิต เพียงเพื่อสืบทอดอะไรๆ เมื่อหลายร้อย หลายพันปีก่อน
 
สืบทอดแบบหลับหู หลับตา ไม่ดูเหตุดูผลแวดล้อมประกอบในปัจจุบัน
 
 
วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีชีวิตครับ
 
มีสภาวะที่เป็น พลศาสตร์ สามารถเปลี่ยนแปลงเลื่อนไหลได้ตามความเหมาะสม
 
ตามวิถีชีวิต ค่านิยม ความเชื่อ ความคิดของคนในสังคม
 
มีเกิด มีตาย
 
สะท้อนถึง สังคม อย่างปัจจุบันทันที
 
 
อยากรักษาวัฒนธรรมไทย คงต้องถามพวกเรากันเองว่า คนไทย เป็นอย่างไร "ทุกวันนี้"
 
ไม่ใช่ไปหยิบยกเอาประวัติศาสตร์แต่ครั้งพระร่วง หรือสมัยตั้งเมืองสุโขทัยมาพูดกัน
 
 
อดีต เป็นสิ่งที่ดี ควรจดจำ เคารพ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณคิดว่าสมควร
 
แต่ "ปัจจุบัน" สำคัญกว่า "อดีต" ครับ
 
ปัจจุบันที่ดี จะสร้างอนาคตที่ดีได้
 
สร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ในวันนี้ เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตชื่นชมในภูมิปัญญาไทยดีกว่าไหม
 
เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ไม่ต้องมีเหลนโหลนคนไหนต้องมาทำความรู้จักกับ น้ำปิง วัง ยม น่าน หรือเจ้าพระยา จากกูเกิ้ล และวิกิพีเดีย
 
เพื่อว่าวันหนึ่งเขาจะมีโอกาศได้สูดอากาศดีๆ อย่างที่เราเคย (หรือปู่ย่าตายายของเราเคย)
 
 
. . .
 
ผมว่าทุกๆ ประเทศเขาก็มีเทศกาลรำลึกพระคุณธรรมชาติทั้งนั้น
 
ไม่ว่าจะท้องฟ้า แม่น้ำ ป่าไม้ ก็มี
 
เขาไม่เห็นต้องทิ้งขยะลงแม่น้ำกันเลย
 
คิดให้ดีนะครับ
 
. . .
 
เศร้านะครับ
 
เศร้าแต่คงทำอะไรไม่ได้
 
ทำได้ ก็แค่มาบ่นใน space ไม่ค่อยจะมีคนเข้าแห่งนี้ :D
 
 
ปีนี้ ถ้าจะเริ่มแก่
 
พอแก่ก็ขี้บ่น
 
ทนได้ก็ทน
 
ทนไม่ได้ก็อย่าสน
 
 
. . .
 
สงสารน้ำปิง
 
จริงๆ นะครับ
 
. . .
 
ปล. ถ้าใครมีรักที่ล้นใจ มีทุกข์ที่อยากระบาย จะต้องลอยจริงๆ ลอยให้ได้ ถ้าไม่ลอยจะเลิกกัน บ้านจะแตก สาแหรกจะขาด ก็ไปลอยซะเถิดครับ ถ้าทำแล้วสบายใจก็ทำไป ผมเองก็เคยลอยมาเหมือนกัน อธิฐานไปเยอะแล้ว ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ปีนี้ไม่อยาก "สมหวัง" โดยการทำให้ "น้ำเปื้อน" น่ะครับ ไม่อยาก "ปล่อยทุกข์" โดยการเพิ่มภาระให้กับ "อากาศ" น่ะครับ โลกก็บ้านเรา สะอาดก็เรา สกปรกก็เรานะครับ
 
 

แบกบาล

 

♪ แบเอ๋ยแบ กบาล แบเอ๋ยแบ กบาล

♪ แบเอ๋ยแบ กบาล แบเอ๋ยแบ กบาล

♪ มาช่วยกันแบ กบาล ให้บ้าน ให้เมือง ได้เฟื่อง ได้ฟู

♪ ใคร หัวตีบ หัวโต หัวเต่ง     อย่ารอ ขอเร่ง เร็วไว
  ใคร คิดออก คิดเร็ว คิดได้     กบาล ของใครมีดี

♪ * ความคิดดี ลองแบมา     เก็บไว้ใย ลองแบดู
      รู้อะไร อมพะนำเอาไว้ทำไม     ประเทศไทย ต้องพึ่งกบาล

♪ อยู่มานานเพราะกบาลใคร
  อย่าเก็บไว้รวมใจช่วยกันแบ

♪ คนหัวเก่าหัวกลางหัวใหม่     มากมายเขาออกนอกเมือง
   คงเพราะเบื่อ ท้อใจ หลายเรื่อง     กบาล ของไทย ไปนอก

♪ ไปแล้วมา ยังคืนทุน     ไม่เสียดุล กบาลใคร
   คิดอะไร บ้านเรา เมืองฉันมาก่อน

 

♪ เดี่ยวตัวตัวนั้นไม่กลัวใคร 
   กบาลไทยนั้นใหญ่พอตัว
   อย่าก้มหัวให้ใครได้ก็ดี

 

♪ เยาวชนชาติไทย เลี้ยงดูกบาลของตัวเองให้เป็นไทย

(ซ้ำ *)

 

 

เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก

อะไรนะที่มาดุนมาดลในความฝันให้ตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกนี้

 

จะว่าความรู้สึกใหม่ ก็ไม่ถูกเลยเสียทีเดียว

เหมือนๆ กับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานมากกว่า

 

เคยไหม เพื่อนสมัยเรียนหนังสือ ที่ไม่ได้เจอหน้าค่าตากันนานกว่าสิบปี

ด้วยความที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานกันต่างที่ต่างทางตั้งแต่เรียนจบ

แต่พอกลับมาเจอกันกลับรู้สึกคุ้นเคยได้อย่างประหลาด

 

ความรู้สึกในครั้งนั้น เกิดขึ้นพร้อมๆ เพลงนี้แหละ แบกบาล

ถ้าใครไม่เคยฟัง หรือเด็กรุ่นใหม่ไม่เคยได้ยิน ก็คงไม่แปลก

เพลงนี้แต่งตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ในยุคสมัยที่เกิดปรากฏการณ์สมองไหล

แต่งขึ้นเพื่อปลุกระดมคนไทยให้เกิดอาการ รักชาติ กันขึ้นบ้าง

 

ตามสไตล์เพลงของพี่จิก (คุณประภาส ชลศรานนท์) เค้าล่ะ

ฟังเล่นก็เพลินดี ฟังเอาความก็ได้ทีเลยทีเดียว

 

ฟังแล้ว จะเกิดอารมณ์เดียวกันกับผมหรือเปล่าไม่รู้

อารมณ์อยากจะทำให้ประเทศไทยน่าอยู่ขึ้น ไม่ได้พูดจาทรยศบ้านเมืองตัวเองนะครับ

พูดด้วยความรักในแผ่นดินแม่ เมืองเกิดเมืองนอน แห่งนี้จริงๆ

 

ไม่ได้บอกว่ามันไม่น่าอยู่นะครับ

ผมเชื่อว่ามันเป็นที่ที่น่าอยู่ที่สุดในโลกแล้วล่ะครับ สำหรับคนทุกๆ คนที่เรียกตัวเองว่า คนไทย

 

แต่ผมกำลังอยู่ในอารมณ์ที่อยากให้พวกเรามาช่วยกันทำให้มัน น่าอยู่มากขึ้น

เท่านั้นเอง

 

ผมเองไปอยู่เมืองฝรั่งกินขนมปังแทนข้าวเสียก็หลายปี

ได้มีโอกาสไปแวะ ไปเยี่ยม ไปชม เมืองญี่ปุ่น ก็หลายคราว

ไปทุกครั้งก็ยังสำนึกในบุญคุณของบ้านเมืองไทยที่ทำให้ผมมีโอกาสนี้

และทุกครั้งเวลาเห็นอะไรดีๆ ก็จะต้องเกิดความรู้สึกว่า ทำไมบ้านเราไม่มีอย่างนี้บ้าง (วะ)

 

ทั้งๆ บางสิ่ง ทั้งๆ ที่ของบางอย่างมันดูๆ ไปแล้วก็ไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงเกินกว่าสติปัญญากำลังความสามารถที่คนไทยจะทำได้เลย (นี่หว่า)

 

คิดไปคิดมา ไม่ได้จบลงด้วยอารมณ์ลูกคนเล็ก แต่กับเกิดความรู้สึก ฮึด ขึ้นมาว่า

เอาวะ เริ่มจากตัวกูเนี่ยแหละ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจและเรียกตัวเองว่าเป็นคนไทยอยู่นี่

ก็จะขอตั้งใจว่า กูจะต้องเป็นส่วนหนี่งที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เมืองไทยน่าอยู่ขึ้น ให้จงได้

 

ดูกันต่อไปนะ พี่น้อง อย่าลืมเลือกเบอร์สองนะ (ฮา มั่วนิ่มครับ อย่าสนใจ)

 

ไม่มีใครรู้

ของทุกอย่างก็ต้องมี จุดเริ่มต้น และ จุดจบ
 
อะไรนะ ที่ทำให้เราพลอยคิดไปว่าของบางอย่างเกิดขึ้นแล้วจะอยู่ได้ตลอดไป
 
มีวัน เริ่ม ก็ต้องมีวัน รา
 
เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
 
 
คนอินเดียคนนั้นบอกไว้เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว
 
"มันเป็นเช่นนั้นเอง"
 
 
ของบางอย่าง ตอนมันเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นโดยไม่ได้เชื้อเชิญ
 
เกิดขึ้นอย่างละมุน ละไม จนเราแทบไม่รู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ
 
หากใครถามว่า มันเกิดขึ้นเมื่อใด
 
คงตอบได้ยาก
 
บอกได้เพียงเลาๆ ว่ากลางๆ หน้าร้อนของปีนั้น ต้นๆ หน้าฝนของปีโน้น
 
เอาเข้าจริง ก็คงตอบไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อใด
 
 
แต่สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว - สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ
 
 
มิใช่เป็นเพียงคำพูดสวยหรูที่มีไว้ปลอบใจตัวเองหรอกนะ
 
 
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว - สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ
 
 
 
ของสิ่งเดียวกันกับที่มันมาโดยไม่ให้เรารู้ตัว มาโดยไม่ได้เชื้อเชิญ
 
ของสิ่งนั้นก็ไปในวิธีการเดียวกับที่มันมานั่นแหละ
 
ตอนที่มันจะมา มันก็มาโดยที่เราทำอะไรไม่ได้
 
ไม่ว่าเราจะชอบ จะชัง จะต่อต้าน หรือเมินเฉย มันก็มาจนได้
 
 
ตอนมันไป มันก็ไปโดยที่เราทำอะไรมันไม่ได้เช่นกัน
 
ไม่ว่าเราจะชอบ จะชัง จะต่อต้าน หรือเมินเฉย มันก็ไปจนได้
 
 
เราเร่งดอกไม้ให้บานดั่งใจนึกไม่ได้
 
เราก็ห้ามดอกไม้ไม่ให้โรยไม่ได้เช่นกัน
 
 
ทำได้ - ก็ผิดธรรมชาติ
 
ทำได้ - ก็จะไม่เหลือความงามตามธรรมชาติที่ดอกไม้ควรจะเป็น
 
ไม่ว่าดอกไม้สวยงามตา หอมยวลใจแค่ไหน
 
ไม่ว่าดอกไม้จะตราจิต ตรึงใจ สักเพียงใด
 
มันจะโรย จะทำอย่างไรมันก็โรย
 
 
เพียงสิ่งเดียวที่ทำได้ - เพียงสิ่งเดียว
 
เพียงยอมรับเถิดว่า ไม่มีอะไรหรอกที่จะคงทนถาวร
 
เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือความไม่เที่ยงแท้คงทนนั่นเอง
 
 
เพราะช่วงเวลาที่แสนสั้น
 
และ เพราะกลีบก้านใบดอกที่เปราะบาง นั้นเองไม่ใช่หรือ
 
ที่ทำให้มันทรงคุณค่า
 
 
ที่ทำให้มันติดตรา ตรึงใจไปแสนนาน
 
ของบางอย่างมันมีค่า เพราะมันเรียกกลับมาไม่ได้
 
ก็คงต้องปล่อยให้มันประทับอยู่ในความทรงจำ
 
ส่วนที่ลึกที่สุด - ส่วนที่เป็นส่วนตัวมากที่สุด
 
เพียงเพราะ หากไม่ระวังพลั้งเผลอไปร่ำร้องบ่อยไป
 
 
อาจจะต้องเสียน้ำตาทุกคราไปเสียอย่างนั้น
 
 
 
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ
 
 
ไม่มีใครรู้ ว่ามันจะเริ่มต้นเมื่อใด
 
ไม่มีใครรู้ ว่ามันจะจบลงเมื่อใด
 
 
เพราะอย่างนี้แหละ
 
ชีวิตของเราจึงเต็มไปด้วย ความมหัศจรรย์
 
ชีวิตเราจึงไม่เป็นเพียงแค่การเดินทางจากความเกิดไปยังความตายเพียงเท่านั้น
 
จุดหมายปลายทางจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญ
 
 
หากแต่เป็นประสบการณ์ระหว่างทาง
 
หากแต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่บังเอิญพบเจอ
 
หากแต่เป็นเรื่องราวที่ทรงคุณค่า
 
ทั้งที่น่าจำและไม่น่าจำ - แต่ก็ทรงคุณค่า
 
ทั้งที่เอาไว้ระลึกถึงและทำให้ตัวเองอุ่นขึ้นได้ ในยามที่หนาวเหน็บที่สุด
 
ทั้งที่เอาไว้กลับมาทบทวนรำลึก
ในยามที่หัวใจและร่างกายแข็งแรงขึ้นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับมัน
 
 
 
ไม่มีใครรู้ว่า มันจะเกิดขึ้นเมื่อไร
 
ไม่มีใครรู้ว่า มันจะจบลงเมื่อไร
 
 
 
 
 

สีน้ำ

 
นึกถึงตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน
 
ตอนคุณครูสอนศิลปะ สอนให้วาดสีน้ำ
 
ฉันเป็นคนที่ถือได้ว่ามีฝืมือด้าน drawing ดีทีเดียว
 
ประกอบกับความเป็นคนละเอียดละออกับสิ่งละอันพันละน้อยในงานศิลปะ
 
ฉันจึงค่อนข้างมั่นใจในตัวเองว่าจะทำได้ดีในการ ระบายสีน้ำ เช่นกัน
 
 
ผลกลับปรากฏว่าไม่ออกมาเป็นที่พอใจ
 
paint ไปแล้วไม่ถูกใจ บางไป เข้มไป
 
สีเพี้ยนบ้าง ก็ลงทับใหม่
 
ยิ่งลงยิ่งเพี้ยน ยิ่งลงยิ่งไปกันใหญ่
 
 
ครูคงเห็นอาการของฉัน มองเห็นไปข้างในใจ
 
ครูบอกว่าในบรรดาการระบายสีทั้งหลายนั้นน่ะ
 
การระบายสีน้ำ ยากยิ่งกว่าการระบายสีอื่นๆ
 
ยากกว่าการระบายสีอคริลิค หรือ สีน้ำมันเสียอีก
 
 
ด้วยความที่สีน้ำเป็นสีที่โปร่งใส
 
แห้งเร็ว
 
และอย่างหนึ่งที่แตกต่างกัน ก็คือ ลงสีพลาดแล้วยากที่จะแก้ไขได้
 
ไม่สามารถลงสีทับ ใช้สีขาวปิด หรือขูดออกแล้วป้ายใหม่เข้าไปได้
 
 
ดังนั้น คนที่จะระบายสีน้ำได้ดีนั้น จะต้องระมัดระวังในการลงสีให้มากๆ
 
คิดหน้า คิดหลังให้ดีก่อน
 
สีที่ลงไปแล้ว จะแก้ไขไม่ได้
 
ความสวยงามของสีน้ำอยู่ที่ความสดใส
 
มองเห็นทะลุทะลวงไปได้ให้เห็นเนื้อกระดาษ
 
ภาพสีน้ำที่ดี จึงเกิดจากการคิด การวางแผน และประสบการณ์ของคนระบาย
 
 
 
 
 
 วันนั้นฉันจึงได้รู้ว่า คนที่ชอบทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง 
 
 คนที่ชอบทำอะไรแบบซื่อๆ ตรงๆ 
 
จนบางครั้งกลายเป็นบ้าบิ่น มุทะลุ ดุดัน
 
ไม่ค่อยวางแผนอะไรมากนัก
 
 
จึงเอาดีกับการระบายสีน้ำ ได้ไม่ดีนัก
 
 
ฉันระบายสีน้ำได้ไม่สวยเลย
 
ถึงแม้จะมีบ้างมีพลอยมาชม
 
ฉันก็พลอยคิดไปเองว่าพวกเค้าช่างสุภาพและปากหวานเสียจริง
 
(เพราะดูอย่างไรก็ไม่เห็นจะสวยเลย)
 
แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความชอบในการระบายสีน้ำของฉันลดน้อยลงไปได้หรอกนะ
 
 
ทำได้ไม่ดี ไม่ได้แปลว่าจะมีความสุขกับมันไม่ได้
 
การระบายสีน้ำก็คงเหมือน เหมือน .. การตีกอล์ฟ
 
การระบายสีน้ำก็คงเหมือน .. การเล่นหมากล้อม
 
การระบายสีน้ำก็คงเหมือน .. การมีเซ็กส์กับคนรัก
 
และก็คงเหมือนกับอีกร้อยแปดพันเก้าอย่างในโลกใบนี้
 
 
เก่งไม่เก่ง ดีไม่ดี ก็มีความสุขกับมันได้
 
 
(หมายเหตุ:ไอ้สามสี่อย่างที่ว่ามันข้างบนนั้น ไม่ได้แปลว่าฉันทำได้ไม่ดีนะ โดยเฉพาะอันสุดท้าย -- ฮา)
 
 
 
--
 
 
แต่ก็เอาเถอะ
 
ทุกวันนี้
 
นานๆ ที ฉันก็จะหยิบหลอดสีกับถาด หยิบกระดาษ กับพู่กัน ออกมา
 
แล้วระบายสีสันลงบนกระดาษขาวๆ เหล่านั้น
 
ตามอารมณ์ ตามวาระ
 
--
 
แต่ที่บ่อยกว่านั้น ฉันมักจะระบายตัวหนังสือผ่านคีย์บอร์ด ลงบนหน้าจอไปเสียมากกว่า
 
ระบายเรื่องราว
 
ระบายอารมณ์
 
 
 
ก็ชีวิตมันก็คล้ายๆ กับการระบายสีน้ำนั่นแหละ
 
ทุกอย่างที่เราทำไป มันก็เหมือนกับสีที่ปาดป้ายลงบนกระดาษขาว
 
ทำไปแล้ว ก็คือ ทำไปแล้ว
 
จะไปแก้ไข อะไรมันมาก มันก็จะพลอยไม่สวยเอา
 
 
 
บางเรื่อง บางคราว บางที บางจังหวะ
 
จึงแก้ก็ยิ่งเลอะ สีมันจะเน่าเอา
 
แล้วจะหาความสวยงามจากไหน
 
 
เอาหน่ะ
 
บางเรื่องที่มันขี้เหร่ ก็ปล่อยให้มันขี้เหร่ไป
 
จะขยำกระดาษทิ้ง แล้วลืมมันไปก็ใช่ที
 
ชีวิตเกิดมาทั้งที
 
 
ความทรงจำทุกความทรงจำมันก็มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น
 
ความทรงจำดีๆ กับความทรงจำเลวๆ
 
มันก็มีคุณค่าพอกันนั่นแหละ
 
อย่าไปพยายามลบ พยายามลืมมันเลย
 
ปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้น
 
ให้มันอยู่ตรงนั้น
 
ตราตรึงติดตัวไปจนตาย
 
มันก็เป็นความสวยงามของชีวิตแบบหนึ่ง
 
 
ความไม่สมบูรณ์ของชีวิต นั่นแหละที่ทำให้ชีวิตสมบูรณ์
 
 
คิดมากไปก็ป่วยการ
 
ใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าดีกว่า
 
 
- อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด -
 
 
 
 
 
 
 
ยิ่งแก้ สีมันจะยิ่งเน่า
 
 
ปล่อยมันไว้
 
 
หากระดาษแผ่นใหม่
 
 
ลองกันใหม่อีกสักครั้งเป็นงัย
 
 
 
 
 
 
 
 
- ฉันน่าจะคิดอย่างนี้ได้ตั้งนานแล้ว -
 
- แต่ติดที่ฉันเป็นคนรักใครรักจริง ตัดใจยาก  -
 
- ชอบพลอยจะไปแก้ไปลงสีทับ ไปซะอย่างนั้นอยู่ร่ำไป -
 
 
 
 

dream

คนทุกคนก็มีความฝันด้วยกันทั้งนั้น
 
ความฝันเป็นสิ่งสวยงาม
 
ช่วยแต่งเติมชีวิตให้มีสีสัน
 
ช่วยประคับประคองให้คนหลายๆ สามารถต่อสู้กับชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้ายไปได้วันต่อวัน
 
-
 
โลกแห่งความเป็นจริงก็ไม่ได้โหดร้ายเสมอไป
 
และโลกแห่งความฝันก็ไม่ได้สวยงามตลอดเวลา
 
-
 
แต่ บางเวลา ที่เราอยากพักจากโลกความจริง
 
บางเวลา ความฝัน ช่วยได้
 
ช่วยตอกย้ำ ทบทวน
 
ช่วยย้ำเตือน ว่าเราต้องการอะไร
 
ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ บางครั้ง เราไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้
 
ความฝันอนุญาติให้เรา ถักทอ ความรู้สึก ได้ออกมาเสมือนจริง
 
ราวกับเป็นโลกแห่งความเป็นจริงของเราเพียงลำพัง
 
-
 
อย่างไรก็ตาม 
 
-
 
ความฝันไม่ใช่ความจริง
 
บางความฝันก็เลื่อนลอย
 
เหมือนที่เราเรียกกันว่า เพ้อฝัน
 
บางความฝันก็บันดาลให้เกิดความจริงขึ้นมาได้
 
 
 
บางความจริงเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
 
 
. .
 
ความฝันในยามค่ำคืน
 
ความฝันในยามว่างของวัน
 
ฝันกลางคืน ฝันกลางวัน
 
บางฝัน ทำให้ไม่อยากตื่น
 
. .
 
 
 
ฝันโดยไม่ตื่น . . กับ . . ตื่นโดยไม่ฝัน . .
 
 
หากต้องลืมตาตื่นต่อสู้กับโลกใบนี้โดยไม่มีความฝันหล่อเลี้ยง
 
 
ต้อง ตื่นโดยไม่ฝัน
 
 
 
เหมือนมีแต่ร่าง แต่ไร้วิญญาณ
 
 
ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันยินดีที่จะจ่อมจมอยู่ในความฝันโดยไม่ต้องตื่นเสียยังจะดีกว่า
 
 
. .
 
หมา แมว มันยังฝันเลย . .
 
อย่าถามว่ารู้ได้อย่างไร . .
 
แกเป็นหมาเรอะ แกเป็นแมวเรอะ
 
อย่าถามอย่างนั้น
 
รู้ก็แล้วกัน ..
 
บ้านฉันมีหมาหนึ่งตัว แมวสอง ยืนยันว่ามันฝันแน่นอน ถึงแม้จะไม่ใช่เจ้าตัว
 


. . .
 
ฝันเถอะ
 
ถ้าฝันของเราไม่ได้ไปทำร้ายใคร . .
 
ฝันเถอะ
 
ถ้ามันช่วยให้เราเดินทางผ่านกาลเวลาที่ยากลำบากไปได้บ้าง
 
. . .
 
เหมือนกับที่เพลงโบราณ สักเพลงร้องไว้
 
all i have to do is dream -
 
ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ
 
และ โลกยังคงหมุนไป . .
 
อะไรก็เกิดขึ้นได้
 
ถ้าเราไม่ละทิ้ง ความฝัน ของเราไปเสียก่อน
 
. .
 
 

คน

 
เรื่องของคน
 
คน = ค.ควาย + น.หนู
 
เขาว่าควายมันโง่ ควายมันทึ่ม
 
ส่วนหนูมันวุ่นวาย หนูมันชอบวิ่งขวักไขว่
 
รวมๆ กัน คนมันก็เลยวุ่นวายขวักไขว่อยู่กับเรื่องโง่ๆ ทึ่มๆ
 
อา . . .
 
มั่ว . . .
 
เอ .. หรือว่า ..
 
คน = กริยาที่แสดงถึงอาการแห่งการกวน การวน การผสมผสานปนเปกัน
 
คน มันก็เลยมั่วๆ มิกซ์ๆ ผสม ปนเปกันอย่างนี้ . . .
 
 
 
ชักจะยากไปละ
 
 
ทำงานดีกว่า
 
 
 
 

กระจก

 
กระจก
 

  

 
ใครคนนึงเคยบอกกับผมว่า ..
  
เวลาที่เรา "ยิ้ม" มันเหมือนกับโลกทั้งโลกก็พลอยจะ "ยิ้ม" ไปกับเราด้วย
 
 เวลาที่เรามี "ความสุข" โลกทั้งใบก็ดูเหมือนจะมี "ความสุข" ไปกับเราด้วย
 
 แต่เวลาที่เราต้องร้องไห้เสียใจ หรือ "ทุกข์ใจ" แล้วล่ะก็ ..
 
เราจะต้องร้องไห้เสียใจเพียง "ลำพัง" 
 
 
 
 ผมกลับพบว่า สำหรับตัวผมแล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น
 
ในช่วงเวลาที่เราทุกข์โศก เสียใจอยู่ต่างหากเล่า
 
เป็นเวลาที่เราจะได้พบกับ "มิตรที่แท้จริง"
 
จริงๆ
 
 

too much coffee

too much coffee

 

(this is one of my cats: lucky)

 

ahhh ... i shouldn't have taken the third cup of coffee last night. it almost killed me (i gotta sleep with my eyes openned whole night). and right now i gotta go to work with less-than-half of my brain is working. ha! let's see what i can do.

candle in the wind

 
 

 
"Strength does not come from physical capacity.  It comes from an indomitable will."
 
Mahatama Gandhi
 
 
 

 
" Fear is not the natural state of civilized people. "
 
"The only real prison is fear, and the only real freedom is freedom from fear."
 
Daw Aung San Suu Kyi