Weerachai's profile♪ life is a journey 2007...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ปัดฝุ่น

    ไม่ได้เข้าสเปซนี้นานมากๆ
    งานยุ่งครับ
    ว่างๆ แวะไปทักกันที่ http://leng99.hi5.com คงจะครึกครื้นกว่าครับ
    หรือแวะเข้าไปเที่ยวที่ www.cm-musicbox.com ก็ได้นะครับ
     
    (ทำไมมัน lag อย่างนี้ ใครรู้วิธีแก้ช่วยบอกกันหน่อยนะครับ)

    หมายเหตุ ประเทศไทย

     
    คืนหมาหอน นอนชมดาว หนาวเนื้อเรียม
     
    คนหน้าเหลี่ยมจะกลับมา
     
     
    คืนเดือนดับ หลับไม่ลง นับต่อก็คงจะท้อใจ
     
    คนไทย ลืมง่าย ตายยาก
     
    อยากเกิดใหม่จริงๆ ตรู . .
     
     
    ตั๋วอ้ายเกิดมาเป๋นคนสึ่งตึง มีสองสลึงป๋ายแหมซาวฮ้า
     
    กึ้ดฮอดเป๋นดีไค่หุย กิ๋นยาหมูตุ้ยตะวา เปิ้นบอกอ้ายว่ามีวิตามิน!
     
     
     
    พรุ่งนี้คงจะ หนาวหน้า - น่าดู
     
    ใครถามใคร ตอบใคร ใครจะรู้
     
    กู ม่ า ย รุ . . ม่ า ย รุ . . อย่ามายุ่งก๊ะตรู
     
    ถ้าอยากรู้ .. แนะให้ไปถาม กูรู
     
     
     
    สองเดือนไม่ถึงครึ่ง ใครฟันธง - ฟ้าคงสะใจ
     
    หัวหรือก้อย เปลี้ยหรือง่อย - ช่างปะไร
     
     
     
    เห็บไม่เกาะหมาตาย ใครเดือดร้อน ใครจะทำไม
     
    เมืองไทยไม่ใช่หมา! และ ผมเป็น "คนไทย"
     
     
     
    หาก "สยาม" ยังอยู่ ยั้งยืนยง เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
     
    หาก ซะ-หย่าม พินาศลง "ไทยอยู่" ได้ฤา
     
    เราก็เหมือนมอดม้วยหมด สิ้นสกุลไทย
     
     
     
    พี่น้องครับ อโยธยา ยังไม่สิ้นคนดี
     
    แต่ กรุงศรีฯ น่ะถูก "จีอี" ซื้อไปนานแล้วนาคับ
     
     
     
    ฤา รัตนโกสินทร์ จะไร้แล้วซึ่งนักรบ
     
    ชักธงรบ ชักจบ - ม้วนเสื่อกลับบ้านฤา อย่างไร
     
     
    วาเลนไทน์ปีนี้ อ่านว่า วาเลน"ไทย"
     
    ขอเถิดท่านนักรบ อย่าให้แผ่นดินร้อนเป็นไฟ
     
     
    มติประชาออกมาแล้วท่านต้อง "ทำใจ"
     
     
    ประชาธิปไตย
     
     
    แบบไทยๆ
     
     
    หรือเป็น ประชาธิปไทย
     
     
    . . .
     
     
    ฉันยังคงภักดีต่อเธอ มั่นคงเสมอมิวาย
     
    แต่เธอจะรู้หรือเธอจะแกล้งให้ฉันทุรนทุราย
     
     
    . . .
     
     
    มึน
     
    มัน
     
    กินใจ
     
     
     
     
     
     
     
     
     

    ลอย ลอยกระทง

    วันนี้ มา "ระบาย" แบบขวางโลกขัดความรู้สึก (บางคน)
     
    เข้าใจครับ ว่ามันเป็นวัฒนธรรม เป็นประเพณี เป็นคุณค่าของไทย
     
    สมควรแก่การทำนุบำรุง ให้สืบทอดต่อๆ กันไป
     
    รู้เช่นกันครับว่า มันเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดการท่องเที่ยว
     
    และทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางการเงินอีกมากโข
     
    . . .
     
    แม่น้ำคงคาน่ะ อยู่ที่อินเดียนะครับ
     
    และเงินที่เข้าเชียงใหม่นั้นคืนไปให้แม่ปิงสักกี่บาทครับ?
     
    . . .
     
     
    ไม่ได้จะขวางโลก
     
    ก็รู้ ว่า "มันสนุก" .. ก็รู้ ว่า "มันโรแมนติก"
     
    แต่
     
     
    - รักแม่น้ำของบ้านเมืองคุณ - ก็อย่าไปลอยกระทงเลยครับ -
     
     
     
    วันที่แม่นางนพมาศทำกระทง ก็คงคิดไม่ถึงว่าปีหนึ่งๆ จะทำให้เกิดขยะเป็น ล้านๆ ชิ้น ได้ภายในวันสองวัน - ทุกๆ ปี
     
    นางนพมาศก็คงไม่รู้จัก ภาวะขยะล้นโลก หรือ ภาวะโลกอุ่นๆ หรอกครับ
     
    แต่พวกเราคิดถึง และ รู้จัก กันดีไม่ใช่เหรอครับ?
     
    อย่าปล่อยให้ความรู้เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในสมอง แต่วิถีชีวิตดำเนินไปเรื่อยๆ ตามกระแสแบบกระทงลอยน้ำเลยครับ
     
     
    วัฒนธรรมของเรา
     
    บ้านเมืองก็ของเรา
     
    ถ้าเรารักบ้านรักเมืองรักสิ่งแวดล้อม แล้วเราจะปรับเปลี่ยนวิถีแห่งวัฒนธรรมไปบ้าง
     
    ผีปู่ย่า ผีบรรพบุรุษ ก็คงไม่ลุกขึ้นมาประท้วงหรอกมังครับ ว่าเราไปยกเลิกสิ่งที่เค้าอุตส่าห์คิดขึ้นมา
     
    นางนพมาศเป็นผู้หญิง ไม่รู้ว่าแม่นางจะน้อยใจหรือไม่
     
    แต่ผมว่าแม่นางเองคงไม่อยากเห็นแม่น้ำเกลื่อนไปด้วยขยะ (ทั้งที่ย่อยสลายได้ และไม่ได้)
     
    ปู เต่า กุ้ง ปลา อีกเท่าไหร่ที่ต้องตายกับเขม่าดินปืนที่ตกลงไปในแม่น้ำ
     
    บ้านเรือน ป่าละเมาะ เกาะกะลา อีกเท่าไหร่ที่ต้องวอดวายไปกับโคมลอยที่หล่นลงมา
     
     
    . . .
     
    วัฒนธรรม ไม่เท่ากับ ประวัติศาสตร์ เพียงเท่านั้นหรอกนะครับ
     
    คงเป็นเรื่องเศร้าน่าดู หากสังคมหนึ่งๆ ต้องมีวิถีชีวิต เพียงเพื่อสืบทอดอะไรๆ เมื่อหลายร้อย หลายพันปีก่อน
     
    สืบทอดแบบหลับหู หลับตา ไม่ดูเหตุดูผลแวดล้อมประกอบในปัจจุบัน
     
     
    วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีชีวิตครับ
     
    มีสภาวะที่เป็น พลศาสตร์ สามารถเปลี่ยนแปลงเลื่อนไหลได้ตามความเหมาะสม
     
    ตามวิถีชีวิต ค่านิยม ความเชื่อ ความคิดของคนในสังคม
     
    มีเกิด มีตาย
     
    สะท้อนถึง สังคม อย่างปัจจุบันทันที
     
     
    อยากรักษาวัฒนธรรมไทย คงต้องถามพวกเรากันเองว่า คนไทย เป็นอย่างไร "ทุกวันนี้"
     
    ไม่ใช่ไปหยิบยกเอาประวัติศาสตร์แต่ครั้งพระร่วง หรือสมัยตั้งเมืองสุโขทัยมาพูดกัน
     
     
    อดีต เป็นสิ่งที่ดี ควรจดจำ เคารพ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณคิดว่าสมควร
     
    แต่ "ปัจจุบัน" สำคัญกว่า "อดีต" ครับ
     
    ปัจจุบันที่ดี จะสร้างอนาคตที่ดีได้
     
    สร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ในวันนี้ เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตชื่นชมในภูมิปัญญาไทยดีกว่าไหม
     
    เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ไม่ต้องมีเหลนโหลนคนไหนต้องมาทำความรู้จักกับ น้ำปิง วัง ยม น่าน หรือเจ้าพระยา จากกูเกิ้ล และวิกิพีเดีย
     
    เพื่อว่าวันหนึ่งเขาจะมีโอกาศได้สูดอากาศดีๆ อย่างที่เราเคย (หรือปู่ย่าตายายของเราเคย)
     
     
    . . .
     
    ผมว่าทุกๆ ประเทศเขาก็มีเทศกาลรำลึกพระคุณธรรมชาติทั้งนั้น
     
    ไม่ว่าจะท้องฟ้า แม่น้ำ ป่าไม้ ก็มี
     
    เขาไม่เห็นต้องทิ้งขยะลงแม่น้ำกันเลย
     
    คิดให้ดีนะครับ
     
    . . .
     
    เศร้านะครับ
     
    เศร้าแต่คงทำอะไรไม่ได้
     
    ทำได้ ก็แค่มาบ่นใน space ไม่ค่อยจะมีคนเข้าแห่งนี้ :D
     
     
    ปีนี้ ถ้าจะเริ่มแก่
     
    พอแก่ก็ขี้บ่น
     
    ทนได้ก็ทน
     
    ทนไม่ได้ก็อย่าสน
     
     
    . . .
     
    สงสารน้ำปิง
     
    จริงๆ นะครับ
     
    . . .
     
    ปล. ถ้าใครมีรักที่ล้นใจ มีทุกข์ที่อยากระบาย จะต้องลอยจริงๆ ลอยให้ได้ ถ้าไม่ลอยจะเลิกกัน บ้านจะแตก สาแหรกจะขาด ก็ไปลอยซะเถิดครับ ถ้าทำแล้วสบายใจก็ทำไป ผมเองก็เคยลอยมาเหมือนกัน อธิฐานไปเยอะแล้ว ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ปีนี้ไม่อยาก "สมหวัง" โดยการทำให้ "น้ำเปื้อน" น่ะครับ ไม่อยาก "ปล่อยทุกข์" โดยการเพิ่มภาระให้กับ "อากาศ" น่ะครับ โลกก็บ้านเรา สะอาดก็เรา สกปรกก็เรานะครับ
     
     

    แบกบาล

     

    ♪ แบเอ๋ยแบ กบาล แบเอ๋ยแบ กบาล

    ♪ แบเอ๋ยแบ กบาล แบเอ๋ยแบ กบาล

    ♪ มาช่วยกันแบ กบาล ให้บ้าน ให้เมือง ได้เฟื่อง ได้ฟู

    ♪ ใคร หัวตีบ หัวโต หัวเต่ง     อย่ารอ ขอเร่ง เร็วไว
      ใคร คิดออก คิดเร็ว คิดได้     กบาล ของใครมีดี

    ♪ * ความคิดดี ลองแบมา     เก็บไว้ใย ลองแบดู
          รู้อะไร อมพะนำเอาไว้ทำไม     ประเทศไทย ต้องพึ่งกบาล

    ♪ อยู่มานานเพราะกบาลใคร
      อย่าเก็บไว้รวมใจช่วยกันแบ

    ♪ คนหัวเก่าหัวกลางหัวใหม่     มากมายเขาออกนอกเมือง
       คงเพราะเบื่อ ท้อใจ หลายเรื่อง     กบาล ของไทย ไปนอก

    ♪ ไปแล้วมา ยังคืนทุน     ไม่เสียดุล กบาลใคร
       คิดอะไร บ้านเรา เมืองฉันมาก่อน

     

    ♪ เดี่ยวตัวตัวนั้นไม่กลัวใคร 
       กบาลไทยนั้นใหญ่พอตัว
       อย่าก้มหัวให้ใครได้ก็ดี

     

    ♪ เยาวชนชาติไทย เลี้ยงดูกบาลของตัวเองให้เป็นไทย

    (ซ้ำ *)

     

     

    เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอย่างไรบอกไม่ถูก

    อะไรนะที่มาดุนมาดลในความฝันให้ตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกนี้

     

    จะว่าความรู้สึกใหม่ ก็ไม่ถูกเลยเสียทีเดียว

    เหมือนๆ กับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานมากกว่า

     

    เคยไหม เพื่อนสมัยเรียนหนังสือ ที่ไม่ได้เจอหน้าค่าตากันนานกว่าสิบปี

    ด้วยความที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานกันต่างที่ต่างทางตั้งแต่เรียนจบ

    แต่พอกลับมาเจอกันกลับรู้สึกคุ้นเคยได้อย่างประหลาด

     

    ความรู้สึกในครั้งนั้น เกิดขึ้นพร้อมๆ เพลงนี้แหละ แบกบาล

    ถ้าใครไม่เคยฟัง หรือเด็กรุ่นใหม่ไม่เคยได้ยิน ก็คงไม่แปลก

    เพลงนี้แต่งตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ในยุคสมัยที่เกิดปรากฏการณ์สมองไหล

    แต่งขึ้นเพื่อปลุกระดมคนไทยให้เกิดอาการ รักชาติ กันขึ้นบ้าง

     

    ตามสไตล์เพลงของพี่จิก (คุณประภาส ชลศรานนท์) เค้าล่ะ

    ฟังเล่นก็เพลินดี ฟังเอาความก็ได้ทีเลยทีเดียว

     

    ฟังแล้ว จะเกิดอารมณ์เดียวกันกับผมหรือเปล่าไม่รู้

    อารมณ์อยากจะทำให้ประเทศไทยน่าอยู่ขึ้น ไม่ได้พูดจาทรยศบ้านเมืองตัวเองนะครับ

    พูดด้วยความรักในแผ่นดินแม่ เมืองเกิดเมืองนอน แห่งนี้จริงๆ

     

    ไม่ได้บอกว่ามันไม่น่าอยู่นะครับ

    ผมเชื่อว่ามันเป็นที่ที่น่าอยู่ที่สุดในโลกแล้วล่ะครับ สำหรับคนทุกๆ คนที่เรียกตัวเองว่า คนไทย

     

    แต่ผมกำลังอยู่ในอารมณ์ที่อยากให้พวกเรามาช่วยกันทำให้มัน น่าอยู่มากขึ้น

    เท่านั้นเอง

     

    ผมเองไปอยู่เมืองฝรั่งกินขนมปังแทนข้าวเสียก็หลายปี

    ได้มีโอกาสไปแวะ ไปเยี่ยม ไปชม เมืองญี่ปุ่น ก็หลายคราว

    ไปทุกครั้งก็ยังสำนึกในบุญคุณของบ้านเมืองไทยที่ทำให้ผมมีโอกาสนี้

    และทุกครั้งเวลาเห็นอะไรดีๆ ก็จะต้องเกิดความรู้สึกว่า ทำไมบ้านเราไม่มีอย่างนี้บ้าง (วะ)

     

    ทั้งๆ บางสิ่ง ทั้งๆ ที่ของบางอย่างมันดูๆ ไปแล้วก็ไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงเกินกว่าสติปัญญากำลังความสามารถที่คนไทยจะทำได้เลย (นี่หว่า)

     

    คิดไปคิดมา ไม่ได้จบลงด้วยอารมณ์ลูกคนเล็ก แต่กับเกิดความรู้สึก ฮึด ขึ้นมาว่า

    เอาวะ เริ่มจากตัวกูเนี่ยแหละ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจและเรียกตัวเองว่าเป็นคนไทยอยู่นี่

    ก็จะขอตั้งใจว่า กูจะต้องเป็นส่วนหนี่งที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เมืองไทยน่าอยู่ขึ้น ให้จงได้

     

    ดูกันต่อไปนะ พี่น้อง อย่าลืมเลือกเบอร์สองนะ (ฮา มั่วนิ่มครับ อย่าสนใจ)

     

    my first orpheus.

     
    click here for larger picture.
     
    this movement is my first 50-note (Sankyo Orpheus).
     
    you might wonder why i bought only the movement .. not the whole box.
     
    the truth is that the whole box is too expensive for me :p
     
    Nah! -- not exactly though --
     
    well, it's half true that buying only the movement can save me a lot of thousands Yen ..
     
    but, the other half of the truth is that i'm planning to make my own box.
     
    In my hometown, Chiang mai city, we have a lot of premuim kinds of wood.
     
    that's why i want to give it a shot by putting this baby into Thai wood box.
     
    I will let you know how the outcome turn out to be :)

    sleepless in kyoto

     

     

    the post office just called.

    i will recieve my own the 50-note and the 72-note of the famous "Orpheus" by tomorrow night.

    i have been waiting for them since i went to visit the Sankyo office in Tokyo several weeks ago.

     

    of course, i have seen and listened to several tunes from Reuge's, or Sankyo Orpheus' before.

    but, the feeling of getting to own one (or two) is pretty much different from appreciated them in the stores, eh?

     

    ah h . . i might probably not be able to sleep tonight :)

     

    lost in translation

     

     

     silent whisper

    we are all space & time travelers

    there are words, there are times

    there are proses, there are rhymes

    the grasshopper is singing in the rain

     

    greatest thing

     
     
    the greatest thing you will ever learn is to love and be loved in return :)
     

    where have all the flowers gone?

     

    Where have all the flowers gone?
    Long time passing.
    Where have all the flowers gone?
    Long time ago.
    Where have all the flowers gone?
    The girls have picked them ev'ry one.
    Oh, when will you ever learn?
    Oh, when will you ever learn?

    Where have all the young girls gone?
    Long time passing.
    Where have all the young girls gone?
    Long time ago.
    Where have all the young girls gone?
    They've taken husbands, every one.
    Oh, when will you ever learn?
    Oh, when will you ever learn?

    Where have all the young men gone?
    Long time passing.
    Where have all the young men gone?
    Long time ago.
    Where have all the young men gone?
    They're all in uniform.
    Oh, when will you ever learn?
    Oh, when will you ever learn?

    Where have all the soldiers gone?
    Long time passing.
    Where have all the soldiers gone?
    Long time ago.
    Where have all the soldiers gone?
    They've gone to graveyards, every one.
    Oh, when will they ever learn?
    Oh, when will they ever learn?

    Where have all the graveyards gone?
    Long time passing.
    Where have all the graveyards gone?
    Long time ago.
    Where have all the graveyards gone?
    They're covered with flowers, every one.
    Oh, when will they ever learn?
    Oh, when will they ever learn?

    Where have all the flowers gone?
    Long time passing.
    Where have all the flowers gone?
    Long time ago.
    Where have all the flowers gone?
    Young girls picked them, every one.
    Oh, when will they ever learn?
    Oh, when will they ever learn?

    written by Pete Seeger and Joe Hickerson

     

     

    seize the day, for tomorrow you may die.

     

      

    ใครเคยดูภาพยนต์ เรื่อง dead poet society บ้างครับ?

    หนังเรื่องนี้แสดงนำโดย Robin William นักแสดงขวัญใจของใครๆ หลายคน

    ในหนังเรื่องนี้ มีอยู่ตอนนึงที่มิสเตอร์ Keating (Oh Captian, my captian) พานักเรียนชั้นปีที่หนึ่งไปเพ่งมองดูภาพถ่ายที่ผนัง Hall of fame ของโรงเรียน พร้อมกับแบบกระซิบกระซาบทำเสียงล้อเลียนให้ดูราวกับว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของเหล่าบรรดาศิษย์เก่าในภาพถ่ายที่ล่วงลับไปแล้ว -- "carpe diem" -- วลีดังกล่าวนั้นมีนัยสำคัญอะไร ลองอ่านที่มาเต็มๆ กันดูนะครับ เขียนภาษาละติน (ที่มา) กับคำแปลภาษาอังกฤษให้ฟังบทต่อบท ไว้ว่างๆ จะมาแปลเป็นภาษาไทยให้นะครับ สำหรับน้องๆ บางคนที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงหรือขี้เกียจแปล

    Tu ne quaesieris, scire nefas,
    quem mihi, quemtibi ,finem di dederint, Leuconoe,
    nec Babylonios temptaris numeros.
    ut melius, quidquid erit, pati.

    Leuconoe. don't ask — it's forbidden to know —
    what end the gods will give me or you.
    Don't play with Babylonian fortune-telling either.
    Better just deal with whatever comes your way.

     

     

    seu pluris hiemes seu tribuit Iuppiter ultimam,
    quae nunc oppositis debilitat pumicibus mare.
    Tyrrhenum: sapias, vina liques et spatio brevi spem longam reseces.

    Whether you'll see several more winters or whether the last one.
     Jupiter gives you is the one even now pelting the rocks
    on the shore with the waves of
    the Tyrrhenian sea -- be smart, drink your wine.
    Scale back your long hopes to a short period.

     

     

    dum loquimur, fugerit invidaaetas:
    carpe diem quam minimum credula postero. 
     
    Even as we speak, envious time is running away from us.
    Take hold of the day, for in the future you can believe the minimum

     

    feel it with your heart

     
    there is a something in our lives
     
    we can't see with our eyes ..
     
    we can't hear with our ears ..
     
    we only have to 'feel it' with our hearts
     
     
     
    บางสิ่งในชีวิต
     
    มอง ไม่เห็น
     
    ฟัง ไม่ได้ยิน
     
    รู้ ได้ด้วยใจ
     

    from butterfly wings to single email

     
    หลายๆ คนคงเคยได้ยินเรื่องทำนองนี้มาแล้ว
     
    การกระพือเบาๆ ของปีกอันแสนจะบอบบางของผีเสื้อน้อยตัวหนึ่งในบราซิล
     
    อาจจะเป็นเหตุก่อให้เกิดทอร์นาโดในเท็กซัสเลยทีเดียวก็เป็นได้
     
     
    ---
     
    แนวคิดดังกล่าวเป็นสมมติฐานที่ถูกตั้งขึ้นโดยคุณเอ็ดเวิร์ด ลอเรนส์ ชายหนุ่มขี้สงสัย เกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า
     
    ปรากฏการณ์ผีเสื้อ (butterfly effect)
     
    นักคณิตศาสตร์ และนักพยากรณ์ศาสตร์ หลายๆ คนคงคุ้นเคยกับแนวคิดนี้ดี
     
    ด้วยเพราะเป็นทฤษฏีหนึ่งในระบบสับสน (Chaos System)
     
    [ระบบที่ผลลัพท์สามารถต่างกันลิบลิ่วได้ด้วยเงื่อนไขเริ่มต้นที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย]
     
    เช่น ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ วิถีของเหรียญที่หลุดจากมือและตกลงบนพื้น เป็นต้น
     
    ---
     
     
     
    เคยคิด เ ล่ น ๆ  ไหม ?
     
     
    บางที อีเมลล์ เพียงฉบับเดียว อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้?
     
     
    ไม่นะ ผมไม่ได้กำลังพูดถึงเหล่าบรรดาอีเมลล์ชวนเชื่อ
    ที่มาหลอกให้คุณมาเป็นสมาชิกในวงจรอุบาทว์ของลัทธิขายตรงแบบลำดับขั้นพิรามิดแต่อย่างไร
     
     
    ผมหมายถึง อีเมลล์ ธรรมดาๆ สามัญๆ ที่ปะปนอยู่ในอินบ๊อกส์ของเราทุกเมื่อเชื่อวัน
     
    อะไรประมาณอย่างนั้น
     
     
    ถ้าเพียงแค่การกระพือปีกของผีเสื้อยังผลได้ถึงทอร์นาโดที่ไกลออกไปได้ในระยะหมื่นลี้
     
    อีเมลล์ที่เหมาะเหม็งบางอันอาจจะส่งผลอะไรได้มากกว่าที่เราคิด
     
     
    - - -
     
     
    คงไม่ได้มีความหมายอะไรแอบแฝงอยู่ในนั้น
     
     
    โลกก็ยังคงหมุนไป
     
    หัวใจยังคงต้องเต้น
     
     
    - - -
     
     
    การเปิดหู เปิดตา ยอมรับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว
     
    บางที บางสิ่งบางอย่างก็มาหาเราอย่างแผ่วเบาราวกับสายลมที่พัดเอื่อยๆ เมื่อปลายหนาว
     
    หากเราฟังเสียงกระซิบอย่างตั้งใจ - เราคงไม่ต้องฟังเสียงตะโกนให้ระคายหูในภายหลัง
     
    ธรรมชาติมักจะเตือนเราด้วยวิธีที่นิ่มนวลก่อนเสมอ
     
     
    - - -
     
     
    จงละเอียดอ่อนกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว
     
    รับรู้ด้วยความอ่อนโยน เป็นมิตร และ หนักแน่น
     
    สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเช่นนั้นเอง
     
    มันเป็นเพียงการแสดงออกอย่างหนึ่งของธรรมชาติ
     
    เป็นเพียงปรากฏการณ์
     
    ไม่มีดี ไม่มีชั่ว ไม่มีถูก ไม่มีผิด
     
    เราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปรู้สึกสุข รู้สึกทุกข์ รู้สึกกังวล หรือเคลิบเคลิ้มไปกับมัน
     
     
    " เป็นมิตร และ สร้างสันติไปกับมัน "
     
     
     
    มีชีวิตที่มีความสุข
     
    ทำตัวเองให้มีความสุข
     
    แล้วแผ่ความสุขนั้นให้กระจายออกไปสู่คนรอบข้าง
     
     
     
     
    ความรัก เป็นสถานภาพการดำรงอยู่ของหัวใจหนึ่งดวง
     
    เหมือนดอกไม้ที่หอมโดยไม่สนใจว่าใครจะดม
     
     
     
    ไม่มีใครรู้ ดอกไม้ป่าก็ยังบานมิใช่หรือ
     
    ไฉนเลยต้องให้ใครล่วงรู้ความในใจด้วยเล่า
     
     
    บางที สิ่งที่งดงามที่สุดอาจดำรงอยู่ได้โดยไม่ต้องมีผู้สังเกตุการณ์ก็เป็นได้
     
    เป็นความงามที่บริสุทธิ์
     
    แผ่วเบา ลึกซึ้ง และทรงคุณค่า
     
     
     
     
     
     
     
     ถ้า ชีวิต คือ การเดินทาง
     
    แล้ว
     
    มันก็น่าจะเป็นการเดินทางที่สนุก มิใช่หรือ?
     
     
     
     
     
     
     

    que sera, sera

    แปลกดี
     
    เรื่องบางเรื่องไม่เคยฝัน
     
    ไม่เคยวางแผน
     
    และไม่เคยคิดมาก่อนเลยสักนิด
     
     
    แต่กลับเกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตา
     
     
     
     
     
     
    ผมจะไปอยู่ญี่ปุ่น
     
     
     
          
     
    สารภาพตามตรงว่าถ้าเป็น
     
    อเมริกา แคนนาดา ออสเตรเลีย หรือบางประเทศ ในยุโรป
     
    ก็เคยคิดว่าจะไปอยู่ ไปทำงาน อยู่บ้าง
     
    แต่ ญี่ปุ่น
     
    ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะไป
     
     
    ด้วยความที่ภาษาเค้าก็ไม่ได้เลย และ ไม่ได้รู้อะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่น
     
    และถ้าใครมาถามผมสักเมื่อบ่ายๆ วันศุกร์ที่แล้ว
     
    ผมก็คงตอบกลับคนที่ถามไปได้หน้าใสใจซื่อว่า บ้าเรอะ ไม่ไปหรอก
     
    ผมไม่ออกจากเชียงใหม่ - ตั้งใจอย่างนี้มาตั้งแต่กลับมาเหยียบเชียงใหม่เมื่อสี่กว่าห้าปีก่อน
     
    ถ้าจะไปไหนจริงๆ ล่ะก้อ ก็คงจะไปเรียน รีบเรียน เรียนเสร็จก็จะกลับ เคยตั้งใจอย่างนั้น
     
     
    --
     
    แต่แล้ว
     
    อะไรก็เกิดขึ้นได้
     
    บางทีผู้ชายอายุสามสิบบางคน ก็ทะลึ่งทำตัวเหมือนเด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปด
     
    หุนหัน พลันแล่น
     
    ไร้เหตุผล
     
    อารมณ์ชั่ววูบ
     
     
     
    เอาเป็นว่า จะยังงัยก็แล้วแต่
     
    มันก็เกิดขึ้นแล้ว
     
     
    --
     
     
    บทจะไป ก็ตัดสินใจมันไปซะอย่างนั้น
     
     
    กระบวนการคิด ตั้งแต่มีความคิดแรกเข้ามาในสมอง
     
    จนถึงวินาทีที่ตัดสินใจเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า กูไปแน่
     
    จนถึงวินาทีที่ความคิดเดียวกันหลุดปากออกไปบอกกับที่บ้าน
     
    เกิดขึ้นในเวลาน้อยกว่า เวลาในการต้มมาม่า เสียอีก
     
     
     
    สิบห้ากุมภาพันธ์ - พุทธศักราชสองพันห้าร้อยห้าสิบ
     
    สามทุ่มกว่าๆ สี่ทุ่ม
     
     
    - พระศุกร์กำลังเข้าได้จะครบวัน พระเสาร์กำลังรอคิวแทรกในอีกสองสามชั่วโมงข้างหน้า -
     
     
    แต่
     
    กู ไป แน่
     
     
     
     
    --
     
    คนอายุ 30 เป็นอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่า
     
    --
     
    น่าจะไม่
     
    ไม่งั้นโลกคงวุ่นวายและตื่นเต้น น่าดู
     
     
    วุ่นวายและตื่นเต้นเหมือนๆ กับที่บ้านผม ตอนที่ผมบอกกับพวกเขาว่า
     
     
    จะลาออกจากงานแล้ว
     
     
    อยากลองไปอยู่ที่อื่นดูบ้าง
     
     
    อืมมม พ่อตกใจน่าดู ส่วนแม่หนักไปทางฉงน
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     อนาคตจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้เลย
     
    จะกินอย่างไร จะอยู่อย่างไร
     
     
     
    จะหาเงินเพื่ออยู่เพื่อกินยังงัย
     
    ก็ยังไม่รู้เลย
     
     
     
     
    เอาหน่ะ
     
    ตัดสินใจแล้ว ก็ไม่ต้องคิดมากอะไร
     
    เกิดมาครั้งเดียว ตายครั้งเดียว
     
     
     
     
     
     
    วินาทีรู้แค่ว่า
     
    อยากไปจากที่นี่
     
    อยากไปจากที่ตรงนี้
     
     
     
     
     
    อยากให้ชีวิตมันมีอะไรมากกว่านี้
     
    อยู่กับที่มาเป็นปีที่ 4 จะย่างเข้าปีที่ 5 แล้ว ..
     
     
     
     
     ตอบตัวเองได้แล้ว ว่าตอนนั้นกลับมาเชียงใหม่ ทำไม
     
    รู้แล้วว่า สี่ปีกว่าๆ ในเชียงใหม่ เพื่ออะไร
     
     
     
     
    ชีวิต คือ การเดินทาง (อีกครั้ง)
     
     
     
    ใจหาย
     
     
     
    - จากเชียงใหม่คราวนี้ หนักหนาสาหัสกว่า แปดปีก่อน เยอะเลย -
     
     
     เพลงเก่าๆ เพลงหนึ่งแว่วขึ้นมาในหู
     
     
    . . .

    ไม่มีใครรู้

    ของทุกอย่างก็ต้องมี จุดเริ่มต้น และ จุดจบ
     
    อะไรนะ ที่ทำให้เราพลอยคิดไปว่าของบางอย่างเกิดขึ้นแล้วจะอยู่ได้ตลอดไป
     
    มีวัน เริ่ม ก็ต้องมีวัน รา
     
    เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
     
     
    คนอินเดียคนนั้นบอกไว้เมื่อสองพันกว่าปีที่แล้ว
     
    "มันเป็นเช่นนั้นเอง"
     
     
    ของบางอย่าง ตอนมันเกิดขึ้น มันก็เกิดขึ้นโดยไม่ได้เชื้อเชิญ
     
    เกิดขึ้นอย่างละมุน ละไม จนเราแทบไม่รู้สึกตัวเสียด้วยซ้ำ
     
    หากใครถามว่า มันเกิดขึ้นเมื่อใด
     
    คงตอบได้ยาก
     
    บอกได้เพียงเลาๆ ว่ากลางๆ หน้าร้อนของปีนั้น ต้นๆ หน้าฝนของปีโน้น
     
    เอาเข้าจริง ก็คงตอบไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อใด
     
     
    แต่สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว - สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ
     
     
    มิใช่เป็นเพียงคำพูดสวยหรูที่มีไว้ปลอบใจตัวเองหรอกนะ
     
     
    สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว - สิ่งนั้นย่อมดีเสมอ
     
     
     
    ของสิ่งเดียวกันกับที่มันมาโดยไม่ให้เรารู้ตัว มาโดยไม่ได้เชื้อเชิญ
     
    ของสิ่งนั้นก็ไปในวิธีการเดียวกับที่มันมานั่นแหละ
     
    ตอนที่มันจะมา มันก็มาโดยที่เราทำอะไรไม่ได้
     
    ไม่ว่าเราจะชอบ จะชัง จะต่อต้าน หรือเมินเฉย มันก็มาจนได้
     
     
    ตอนมันไป มันก็ไปโดยที่เราทำอะไรมันไม่ได้เช่นกัน
     
    ไม่ว่าเราจะชอบ จะชัง จะต่อต้าน หรือเมินเฉย มันก็ไปจนได้
     
     
    เราเร่งดอกไม้ให้บานดั่งใจนึกไม่ได้
     
    เราก็ห้ามดอกไม้ไม่ให้โรยไม่ได้เช่นกัน
     
     
    ทำได้ - ก็ผิดธรรมชาติ
     
    ทำได้ - ก็จะไม่เหลือความงามตามธรรมชาติที่ดอกไม้ควรจะเป็น
     
    ไม่ว่าดอกไม้สวยงามตา หอมยวลใจแค่ไหน
     
    ไม่ว่าดอกไม้จะตราจิต ตรึงใจ สักเพียงใด
     
    มันจะโรย จะทำอย่างไรมันก็โรย
     
     
    เพียงสิ่งเดียวที่ทำได้ - เพียงสิ่งเดียว
     
    เพียงยอมรับเถิดว่า ไม่มีอะไรหรอกที่จะคงทนถาวร
     
    เพราะสิ่งที่แน่นอนที่สุด ก็คือความไม่เที่ยงแท้คงทนนั่นเอง
     
     
    เพราะช่วงเวลาที่แสนสั้น
     
    และ เพราะกลีบก้านใบดอกที่เปราะบาง นั้นเองไม่ใช่หรือ
     
    ที่ทำให้มันทรงคุณค่า
     
     
    ที่ทำให้มันติดตรา ตรึงใจไปแสนนาน
     
    ของบางอย่างมันมีค่า เพราะมันเรียกกลับมาไม่ได้
     
    ก็คงต้องปล่อยให้มันประทับอยู่ในความทรงจำ
     
    ส่วนที่ลึกที่สุด - ส่วนที่เป็นส่วนตัวมากที่สุด
     
    เพียงเพราะ หากไม่ระวังพลั้งเผลอไปร่ำร้องบ่อยไป
     
     
    อาจจะต้องเสียน้ำตาทุกคราไปเสียอย่างนั้น
     
     
     
    สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ
     
     
    ไม่มีใครรู้ ว่ามันจะเริ่มต้นเมื่อใด
     
    ไม่มีใครรู้ ว่ามันจะจบลงเมื่อใด
     
     
    เพราะอย่างนี้แหละ
     
    ชีวิตของเราจึงเต็มไปด้วย ความมหัศจรรย์
     
    ชีวิตเราจึงไม่เป็นเพียงแค่การเดินทางจากความเกิดไปยังความตายเพียงเท่านั้น
     
    จุดหมายปลายทางจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญ
     
     
    หากแต่เป็นประสบการณ์ระหว่างทาง
     
    หากแต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่บังเอิญพบเจอ
     
    หากแต่เป็นเรื่องราวที่ทรงคุณค่า
     
    ทั้งที่น่าจำและไม่น่าจำ - แต่ก็ทรงคุณค่า
     
    ทั้งที่เอาไว้ระลึกถึงและทำให้ตัวเองอุ่นขึ้นได้ ในยามที่หนาวเหน็บที่สุด
     
    ทั้งที่เอาไว้กลับมาทบทวนรำลึก
    ในยามที่หัวใจและร่างกายแข็งแรงขึ้นและพร้อมจะเผชิญหน้ากับมัน
     
     
     
    ไม่มีใครรู้ว่า มันจะเกิดขึ้นเมื่อไร
     
    ไม่มีใครรู้ว่า มันจะจบลงเมื่อไร
     
     
     
     
     

    สีน้ำ

     
    นึกถึงตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียน
     
    ตอนคุณครูสอนศิลปะ สอนให้วาดสีน้ำ
     
    ฉันเป็นคนที่ถือได้ว่ามีฝืมือด้าน drawing ดีทีเดียว
     
    ประกอบกับความเป็นคนละเอียดละออกับสิ่งละอันพันละน้อยในงานศิลปะ
     
    ฉันจึงค่อนข้างมั่นใจในตัวเองว่าจะทำได้ดีในการ ระบายสีน้ำ เช่นกัน
     
     
    ผลกลับปรากฏว่าไม่ออกมาเป็นที่พอใจ
     
    paint ไปแล้วไม่ถูกใจ บางไป เข้มไป
     
    สีเพี้ยนบ้าง ก็ลงทับใหม่
     
    ยิ่งลงยิ่งเพี้ยน ยิ่งลงยิ่งไปกันใหญ่
     
     
    ครูคงเห็นอาการของฉัน มองเห็นไปข้างในใจ
     
    ครูบอกว่าในบรรดาการระบายสีทั้งหลายนั้นน่ะ
     
    การระบายสีน้ำ ยากยิ่งกว่าการระบายสีอื่นๆ
     
    ยากกว่าการระบายสีอคริลิค หรือ สีน้ำมันเสียอีก
     
     
    ด้วยความที่สีน้ำเป็นสีที่โปร่งใส
     
    แห้งเร็ว
     
    และอย่างหนึ่งที่แตกต่างกัน ก็คือ ลงสีพลาดแล้วยากที่จะแก้ไขได้
     
    ไม่สามารถลงสีทับ ใช้สีขาวปิด หรือขูดออกแล้วป้ายใหม่เข้าไปได้
     
     
    ดังนั้น คนที่จะระบายสีน้ำได้ดีนั้น จะต้องระมัดระวังในการลงสีให้มากๆ
     
    คิดหน้า คิดหลังให้ดีก่อน
     
    สีที่ลงไปแล้ว จะแก้ไขไม่ได้
     
    ความสวยงามของสีน้ำอยู่ที่ความสดใส
     
    มองเห็นทะลุทะลวงไปได้ให้เห็นเนื้อกระดาษ
     
    ภาพสีน้ำที่ดี จึงเกิดจากการคิด การวางแผน และประสบการณ์ของคนระบาย
     
     
     
     
     
     วันนั้นฉันจึงได้รู้ว่า คนที่ชอบทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง 
     
     คนที่ชอบทำอะไรแบบซื่อๆ ตรงๆ 
     
    จนบางครั้งกลายเป็นบ้าบิ่น มุทะลุ ดุดัน
     
    ไม่ค่อยวางแผนอะไรมากนัก
     
     
    จึงเอาดีกับการระบายสีน้ำ ได้ไม่ดีนัก
     
     
    ฉันระบายสีน้ำได้ไม่สวยเลย
     
    ถึงแม้จะมีบ้างมีพลอยมาชม
     
    ฉันก็พลอยคิดไปเองว่าพวกเค้าช่างสุภาพและปากหวานเสียจริง
     
    (เพราะดูอย่างไรก็ไม่เห็นจะสวยเลย)
     
    แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความชอบในการระบายสีน้ำของฉันลดน้อยลงไปได้หรอกนะ
     
     
    ทำได้ไม่ดี ไม่ได้แปลว่าจะมีความสุขกับมันไม่ได้
     
    การระบายสีน้ำก็คงเหมือน เหมือน .. การตีกอล์ฟ
     
    การระบายสีน้ำก็คงเหมือน .. การเล่นหมากล้อม
     
    การระบายสีน้ำก็คงเหมือน .. การมีเซ็กส์กับคนรัก
     
    และก็คงเหมือนกับอีกร้อยแปดพันเก้าอย่างในโลกใบนี้
     
     
    เก่งไม่เก่ง ดีไม่ดี ก็มีความสุขกับมันได้
     
     
    (หมายเหตุ:ไอ้สามสี่อย่างที่ว่ามันข้างบนนั้น ไม่ได้แปลว่าฉันทำได้ไม่ดีนะ โดยเฉพาะอันสุดท้าย -- ฮา)
     
     
     
    --
     
     
    แต่ก็เอาเถอะ
     
    ทุกวันนี้
     
    นานๆ ที ฉันก็จะหยิบหลอดสีกับถาด หยิบกระดาษ กับพู่กัน ออกมา
     
    แล้วระบายสีสันลงบนกระดาษขาวๆ เหล่านั้น
     
    ตามอารมณ์ ตามวาระ
     
    --
     
    แต่ที่บ่อยกว่านั้น ฉันมักจะระบายตัวหนังสือผ่านคีย์บอร์ด ลงบนหน้าจอไปเสียมากกว่า
     
    ระบายเรื่องราว
     
    ระบายอารมณ์
     
     
     
    ก็ชีวิตมันก็คล้ายๆ กับการระบายสีน้ำนั่นแหละ
     
    ทุกอย่างที่เราทำไป มันก็เหมือนกับสีที่ปาดป้ายลงบนกระดาษขาว
     
    ทำไปแล้ว ก็คือ ทำไปแล้ว
     
    จะไปแก้ไข อะไรมันมาก มันก็จะพลอยไม่สวยเอา
     
     
     
    บางเรื่อง บางคราว บางที บางจังหวะ
     
    จึงแก้ก็ยิ่งเลอะ สีมันจะเน่าเอา
     
    แล้วจะหาความสวยงามจากไหน
     
     
    เอาหน่ะ
     
    บางเรื่องที่มันขี้เหร่ ก็ปล่อยให้มันขี้เหร่ไป
     
    จะขยำกระดาษทิ้ง แล้วลืมมันไปก็ใช่ที
     
    ชีวิตเกิดมาทั้งที
     
     
    ความทรงจำทุกความทรงจำมันก็มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น
     
    ความทรงจำดีๆ กับความทรงจำเลวๆ
     
    มันก็มีคุณค่าพอกันนั่นแหละ
     
    อย่าไปพยายามลบ พยายามลืมมันเลย
     
    ปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้น
     
    ให้มันอยู่ตรงนั้น
     
    ตราตรึงติดตัวไปจนตาย
     
    มันก็เป็นความสวยงามของชีวิตแบบหนึ่ง
     
     
    ความไม่สมบูรณ์ของชีวิต นั่นแหละที่ทำให้ชีวิตสมบูรณ์
     
     
    คิดมากไปก็ป่วยการ
     
    ใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าดีกว่า
     
     
    - อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด -
     
     
     
     
     
     
     
    ยิ่งแก้ สีมันจะยิ่งเน่า
     
     
    ปล่อยมันไว้
     
     
    หากระดาษแผ่นใหม่
     
     
    ลองกันใหม่อีกสักครั้งเป็นงัย
     
     
     
     
     
     
     
     
    - ฉันน่าจะคิดอย่างนี้ได้ตั้งนานแล้ว -
     
    - แต่ติดที่ฉันเป็นคนรักใครรักจริง ตัดใจยาก  -
     
    - ชอบพลอยจะไปแก้ไปลงสีทับ ไปซะอย่างนั้นอยู่ร่ำไป -
     
     
     
     

    dream

    คนทุกคนก็มีความฝันด้วยกันทั้งนั้น
     
    ความฝันเป็นสิ่งสวยงาม
     
    ช่วยแต่งเติมชีวิตให้มีสีสัน
     
    ช่วยประคับประคองให้คนหลายๆ สามารถต่อสู้กับชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้ายไปได้วันต่อวัน
     
    -
     
    โลกแห่งความเป็นจริงก็ไม่ได้โหดร้ายเสมอไป
     
    และโลกแห่งความฝันก็ไม่ได้สวยงามตลอดเวลา
     
    -
     
    แต่ บางเวลา ที่เราอยากพักจากโลกความจริง
     
    บางเวลา ความฝัน ช่วยได้
     
    ช่วยตอกย้ำ ทบทวน
     
    ช่วยย้ำเตือน ว่าเราต้องการอะไร
     
    ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ บางครั้ง เราไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้
     
    ความฝันอนุญาติให้เรา ถักทอ ความรู้สึก ได้ออกมาเสมือนจริง
     
    ราวกับเป็นโลกแห่งความเป็นจริงของเราเพียงลำพัง
     
    -
     
    อย่างไรก็ตาม 
     
    -
     
    ความฝันไม่ใช่ความจริง
     
    บางความฝันก็เลื่อนลอย
     
    เหมือนที่เราเรียกกันว่า เพ้อฝัน
     
    บางความฝันก็บันดาลให้เกิดความจริงขึ้นมาได้
     
     
     
    บางความจริงเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
     
     
    . .
     
    ความฝันในยามค่ำคืน
     
    ความฝันในยามว่างของวัน
     
    ฝันกลางคืน ฝันกลางวัน
     
    บางฝัน ทำให้ไม่อยากตื่น
     
    . .
     
     
     
    ฝันโดยไม่ตื่น . . กับ . . ตื่นโดยไม่ฝัน . .
     
     
    หากต้องลืมตาตื่นต่อสู้กับโลกใบนี้โดยไม่มีความฝันหล่อเลี้ยง
     
     
    ต้อง ตื่นโดยไม่ฝัน
     
     
     
    เหมือนมีแต่ร่าง แต่ไร้วิญญาณ
     
     
    ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันยินดีที่จะจ่อมจมอยู่ในความฝันโดยไม่ต้องตื่นเสียยังจะดีกว่า
     
     
    . .
     
    หมา แมว มันยังฝันเลย . .
     
    อย่าถามว่ารู้ได้อย่างไร . .
     
    แกเป็นหมาเรอะ แกเป็นแมวเรอะ
     
    อย่าถามอย่างนั้น
     
    รู้ก็แล้วกัน ..
     
    บ้านฉันมีหมาหนึ่งตัว แมวสอง ยืนยันว่ามันฝันแน่นอน ถึงแม้จะไม่ใช่เจ้าตัว
     


    . . .
     
    ฝันเถอะ
     
    ถ้าฝันของเราไม่ได้ไปทำร้ายใคร . .
     
    ฝันเถอะ
     
    ถ้ามันช่วยให้เราเดินทางผ่านกาลเวลาที่ยากลำบากไปได้บ้าง
     
    . . .
     
    เหมือนกับที่เพลงโบราณ สักเพลงร้องไว้
     
    all i have to do is dream -
     
    ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ
     
    และ โลกยังคงหมุนไป . .
     
    อะไรก็เกิดขึ้นได้
     
    ถ้าเราไม่ละทิ้ง ความฝัน ของเราไปเสียก่อน
     
    . .
     
     

    if we hold on together

    If We Hold On Together

    by DIANA ROSS

    Don't lose your wayWith each passing day
    You've come so far
    Don't throw it away
    Live believing
    Dreams are for weaving
    Wonders are waiting to start
    Live your story
    Faith hope and glory
    Hold to the truth
    In your heart
    
    If we hold on together
    I know our dreams
    Will never die
    Dreams see us through
    To forever
    Where clouds roll by
    For you and I
    
    Souls in the winds
    must learn how to bend
    Seek out a star
    Hold on to the end
    Valley, mountain
    There is a fountain
    Washes our tears
    All away
    Words are swaying
    Someone is praying
    Please let us come
    Home to stay
    
    If we hold on together
    I know our dreams
    Will never die
    Dreams see us through
    To forever
    Where clouds roll by
    For you and I
    
    When we are out there
    In the dark
    We'll dream about the sun
    In the dark
    We'll feel the light
    Warm our hearts
    Everyone
    
    If we hold on together
    I know our dreams
    Will never die
    Dreams see us through
    To forever
    As high
    As souls can fly
    The clouds roll by
    For you and I

    ไม่รักแต่คิดถึง

     
    ชีวิตบางช่วงที่เกี่ยวกัน เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งความฝัน
    หลายครั้งหลายหน... หัวใจไม่ตรงกัน แต่รู้กันต่างคนมีน้ำใจ
    
    
    เธอไม่ต้องนวลอย่างดวงจันทร์ และฉันไม่ใช่ดวงตะวันฉาย
    เราเพียงเป็นคน คบกันตามสบาย เมื่อร้างไกลห่วงใยก็แล้วกัน
    
    
    ไม่สำคัญ...ว่าเธอมีใคร ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
    ไม่สนใจเมื่อเธอสุขสันต์ ขอรู้เพียงวันที่เธอไม่มีใคร
    ยังไม่ประคองถ้าเธอล้ม ถ้าเธอลุกขึ้นยืนได้เองไหว
    ขอรู้....ขอเห็นว่าเธอเดินเองได้ จะขอมองดูไกลๆ อย่างชื่นชม
    
    
    

     

    ไม่สำคัญ...ว่าเธอมีใคร ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
    ไม่สนใจเมื่อเธอสุขสันต์ ขอรู้เพียงวันที่เธอไม่มีใคร
    ยังไม่ประคองถ้าเธอล้ม ถ้าเธอลุกขึ้นยืนได้เองไหว
    ขอรู้....ขอเห็นว่าเธอเดินเองได้ จะขอมองดูไกลๆ อย่างชื่นชม
    
    
    ไม่สำคัญ....ว่าเธอมีใคร ไม่ใช่กงการอะไรของฉัน
    ต่างหนทางของต่างเรานั้น ถึงแม้ว่าเราจะไกลซักเพียงไหน
    
    ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง
    ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง
    ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง
          ไม่รักแต่คิดถึง ไม่รักแต่คิดถึง...

    merry x'mas and happy new year

    :-)

    wish you all happiness

    wish you all have the life as you want it to be

    wish your dream-s come true

    wish i have power to do so